Menu
Menu

3 เหตุผล “ลิเวอร์พูล” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งนี้

 

ลิเวอร์พูลได้เสียตำแหน่งนี้ไปให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในครั้งก่อน มาถึงฤดูกาลนี้ทางทีม  “ลิเวอร์พูล” ทีมนักเตะฝีมือดี พร้อมผงาดหลังจากได้เริ่มออกสตาร์ตต้นฤดูกาลนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ 27 คุลาคมที่ ผ่านมา ครั้งที่แล้ว ด้วยคะแนน 4-1 จาคะแนนทางแมนเชสเตอร์ที่มี 23 แต้มใน 9 เกม การยิงประตูตกท้ายอย่างสวยงามของ คัมลัลม แพเทอสัน ที่ไม่เสีบประตูในแอฟิลด์ ที่เสมือนเป็นการหยุดสถิติที่เริ่มนับตั้งแต่ มิเชล อันโตนิโอ ยิงให้กับ เวสต์แฮมรวม 918 นาทีในเดือกุมภาพันธ์

มาดูรายชื่อนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่เขาแข่งร่วมชัยชนะครั้งนี้กัน

 

นักเตะตัวจริง: อลิสสัน, เฟอร์มิโน่, ลอฟเรน, โมเร่โน่, ฟานไดจ์ค,  ลัลลานา, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่, ซาลาห์, มาเน่ และเฟอร์มิโน่

นักเตะสำรอง:  ชากิรี, มาติป, โกเมซ, มิลเนอร์, โรเบิร์ตสัน, มินโญเลต์ และสเตอร์ริดจ์

 

เกมเริ่ม

มาดูก่อนเริ่ม จากที่ลัลลานาได้เป็นตัวจริงในเกมนี้เพราะคล็อปป์ได้เปลี่ยนตัวในนัดที่ต้องเผชิญกับ คาร์ดิฟฟ์ ที่มาพร้อมกับ ชากิรี โมเร่โน่ และลอฟเรน เขาทั้ง 3 ได้ลงมาโชว์ฝีมือแทน คาร์ดิฟฟ์ ส่วนโมเรโน่ที่มาแทน โกเมซ และโรเบิร์ตสัน

 

จากที่ลงสนามมาแล้ว 10 นาที ซาลาห์ ก็ได้ทำประตูไป 1-0 ส่วนมาเน่ก็ได้ทำประตู นำคะเนนขึ้นในนาทีที่ 66 ถัดมา ตามมาด้วยแพเตอร์สันยิงให้คาร์ดิฟฟ์เป็น 2-1  เมื่อนาทีที่ 84 ชากิรีก็ได้ยิงให้กับลิเวอร์พูลเช่นกันซึ่งตอนนี้ทางลิเวอร์พูลขึ้นนำรวมเป็น 2 ลูกแล้ว และในลูกจบที่แสนประทับใจจาก มาเน่ นำขึ้นสูงสุดเป็น 4-1

เคล็ดไม่ลับหรือเหตุผลที่พวกเขาชนะ

เมื่อ “กุนซือ หรือผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลชาวเยอรมัน” เข้ามาในทีม การเล่นก็ยิงน่ากลัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งอย่างแรก นักเตะทุกคนเข้าใจการทำงานของ “เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ” จึงทำให้ทุกคนต่างรู้สึกตื่นตัว และมีความต้องการชัยชนะกันมากยิ่งขึ้น เขาได้ใช้ระบบหนึ่งที่เรียกว่า แกเก้นเรสซิ่ง หรือ การไล่บับพื้นที่แบบดันสูนในแดนแข่งเพื่อแย่งบอลกลับมาให้ได้อย่างรวดเร็ด ซึ่งวิธีนี้เป็นเหมือนวิธีกดดันความผิดพลาดของคู่แข่งด้วย

 

ประตูเหล็d แอนฟิลด์ ซึ่งนี่คือป้อมปราการเหล็กที่ไม่มีเคยแพ้ หรือได้โยนลูกเข้าไปประตูนี้ได้เลย แต่ก็มาเสียประตูให้กับ “หงส์แดง” ที่เก็บลูกมาได้ถึง 9 นัดติดกันทำให้การแข่งครั้งนี้พวกเขาได้โยนบอลเข้าประตูไปแค่ลูกเดียวเท่านั้น

แน่ล่ะ การปกป้องประตูสำคัญมาก จึงจำเป็นต้องเลือกคนที่ใช่อย่าง  “อลีสซง เบ็คเกอร์” เขาเป็นนายทวารแห่งทีมชาติบราซิลที่พร้อมย้ายเข้าแอนฟิลด์ในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา จึงทำให้กุนซือวางใจได้เป็นอย่างมากจากที่เขาดิ้นรนหาคนที่ใช้มาครองตำแหน่งนี้อยู่นาน นอกจากนี้เขาก็ได้เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ มาคุ้มแนวรับเพิ่มความแข็งแกร่งของกองหลังมากขึ้น

 

ความพยายามเท่านั้น

 

ครั้งนี้เรียกได้ทางลิเวอร์พูลรอบคอบด้วยการสร้างความแข็งแกร่งทั้งทีมไม่ว่าจะเป็นนักเตะตัวจริง หรือนักเตะสำรอง ส่วน ซาลาห์ ปีกทีมอียิปต์ เขาพร้อมกลับมาเล่นให้กับทีมลิเวอร์พูลด้วยความมั่นใจในการคว้าชัยชนะให้กับทีมในครั้งนี้ และก็ได้ยิงไปทั้งหมด 7 ลูกตามคาด จากฤดูกาลที่แล้วเข้าได้ตอกเข้าประตูไปรวมทั้งหมด 44 ลูกพร้อมกวานรางวัลทั้งหมดมากครอบครองเอง เมื่อวันพุธที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมากเขาก็ได้สร้างสถิติเป็นนักเตะด้วยทั้งหมด 50 ลูกจากการลงเล่นทุกรายการลงสนามไป 65 นัด

 

ทางนักเตะ “ซานดิโอ มาเน่ ก็ยกย่องสามประสานในทีมลิเวอร์พูล” หลังชัยชนะเหนือคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 4-1 ที่แอนฟิลด์ เขาได้พูดกับสื่อประเทศอังกฤษว่า “ในเกมครั้งหน้าผมก็หวังว่าเราทั้งหมดจะพร้อมเดินหน้าต่อไป ผมดีใจมากที่ได้ร่วมลงเล่นกับ โม และบ็อบบี้ นักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ผมเคยเล่นด้วย ผลเห็นหลายคนมักชอบพูดเราเป็นสามประสานในแดนหน้า แต่อันที่จริงแล้ว การทำงานแบบนี้ก็คือการทำงานเป็นทีม ซึ่งพวกเขาทำให้มันง่ายขึ้นในการเล่น เราถึงโชคดีที่สามารถทำประตูได้ตลอดเวลา นั่นก็คือข้อดีของการทำงานเป็นครับ”

 

นอกจากนี้ทางโค้ชก็ได้ให้สัมภาษณ์ออกมาจากใจว่า “มันไม่ใช่เรื่องง่ายในการคว้าชัยชนะให้ได้ทุกครั้ง แต่อยากให้รู้ว่าเราก็คือ ลิเวอร์พูล เราจะต้องพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดและคว้าชัยชนะมาให้ได้” ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการแข่งครั้งไหน ถ้าคุณไม่ลองครั้งแรกก็ไม่สำเร็จ… “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” อย่างที่เราเห็นในเคสของ “ซาดิโอ มาเน่” ที่พยายามอย่างนั่งในกรอบเขตโทษในนาทีที่ 66 จังหวะแรกเขาติดอยู่กองหลังทีมเยือน แต่ก็พยายามหาพื้นที่ว่างและเสียบเสาไกลทำให้ทางทีมนำห่างถึงสองประตูด้วยกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *